คอหวยไม่ยอมนอน แห่ไปวัดเสฐียรวัฒนดิษฐ์ ขอเลขเด็ด เจ้าแม่ตะเคียนทอง

คอหวยไม่ยอมนอน แห่ไปวัดเสฐียรวัฒนดิษฐ์ ขอเลขเด็ด เจ้าแม่ตะเคียนทอง คอหวยไม่ยอมหลับยอมนอน แห่ขอเลขเด็ด “เจ้าแม่ตะเคียนทอง” วัดเสฐียรวัฒนดิษฐ์ ที่สิงห์บุรี หลังให้โชคติดต่อกันมาแล้ว 5 งวด ได้เลขไปสมใจ มากันทั้ง 5, 6 ,7, 8 และ 0

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2562 เวลาประมาณ 22.00 น. ที่วัดเสถียรวัฒนดิษฐ์ ต.บางพุทรา อ.เมือง จ.สิงห์บุรี มีบรรดาคอหวยต่างแห่มาร่วมพิธีบวงสรวง เจ้าแม่ตะเคียนทอง และมารอเลขเด็ด ณ วัดเสฐียรวัฒนดิษฐ์ หลังจากที่เคยมาร่วมพิธีมาแล้ว 5 ครั้ง โดยเลขเด็ดที่ได้ทุกครั้งต่างถูกกันทั่วหน้าติดต่อมา 5 งวด จนมาถึงครั้งนี้เป็นครั้งที่ 6 จึงมีบรรดาคอหวยให้ความสนใจเข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก ซึ่งเจ้าพิธีคือ โหร อาคม จาก ต.เขาพระงาม อ.เมือง จ.ลพบุรี ได้มาทำพิธีขอโชคลาภจาก เจ้าแม่ตะเคียนทอง เลขที่ได้ 680, 80, 70, 85, 780

นางอารีย์ ปานสุนทร อายุ 49 ปี ชาวบ้าน หมู่ที่ 1 ต.บางมัญ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี ซึ่งเป็นคณะกรรมการของวัดเสฐียรวัฒนดิษฐ์ กล่าวว่า ตนเห็นต้นตะเคียนยืนต้นใหญ่อยู่ในวัดนี้มาตั้งแต่เด็ก โดยมีความสูงประมาณ 30 เมตร กว่าๆ ขนาดประมาณ 2 คนโอบ ต่อมาเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วหลังน้ำท่วม ต้นตะเคียนได้หักโค่นล้มลงมา แต่ก็ไม่มีใครขยับ ยังคงตั้งอยู่ที่เดิม และมีชาวบ้านแถวนี้เล่าว่า ในเวลาพลบค่ำที่ผ่านมาในวัดได้เห็นผู้หญิงห่มสไบนั่งอยู่บนกิ่งต้นตะเคียนที่ล้ม จนเล่าต่อๆ กันมาจนมีประชาชนเริ่มมากราบไหว้และขอโชคลาภจากต้นตะเคียน และเมื่อมีคนถูกหวยได้โชคลาภ ก็พากันมาแก้บนและนำชุดไทยมาแขวนไว้จนเต็ม และพูดต่อๆ กันถึงความศักดิ์สิทธิ์ของต้นตะเคียนนี้

กรรมการของวัดเสฐียรวัฒนดิษฐ์ กล่าวต่อว่า เมื่อมีคนที่ได้โชคลาภจากต้นตะเคียน ก็มาสร้างศาลาครอบไว้ และมีคนที่ทราบข่าวต่างเดินทางมาขอโชคลาภจากต้นตะเคียนแห่งนี้ต่อเนื่อง และเมื่อไม่นานนี้มีคนไปเชิญโหรอาคม จาก ต.เขาพระงาม จ.ลพบุรี ที่มีลูกศิษย์ลูกหาเคารพนับถือมาทำพิธีขอโชคลาภจาก เจ้าแม่ตะเคียนทอง โดยจัดมาจนถึงงวดนี้เป็นครั้งที่ 6 แล้ว ซึ่ง 5 งวดที่ผ่านมามีคนถูกลอตเตอรี่มีโชคลาภกันทั่วหน้า และในครั้งนี้มีชาวบ้านได้นำรูปภาพต้นตะเคียนเมื่อครั้งที่ยังยืนต้นอยู่มาให้ประชาชนที่ศรัทธาได้ชมอีกด้วย

สำหรับ วัดเสถียรวัฒนดิษฐ์ เดิมชื่อว่า “วัดท่าควาย” เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งสร้างในปลายสมัยอยุธยาเนื่องจากที่ตั้งของวัดเป็นทางผ่านของผู้ใช้เกวียนและล้อเลื่อนต่างๆ มักจะมาพักบริเวณนี้เพราะเป็นที่ร่มรื่น มีต้นไม้ใหญ่ปกคลุมทำให้บรรยากาศรอบๆ วัดเย็นสบาย ประกอบกับชาวบ้านแถบนั้นทั้งหมดมีอาชีพในการทำนา หลังจากไถนาเสร็จและถึงเวลาให้ควายกินน้ำ เจ้าของมักจะพาควายของตนมาที่วัด นานวันไปกลายเป็นแหล่งชุมนุมของชาวนาในพื้นที่ไป อันเป็นที่มาของชื่อ “วัดท่าควาย” แต่ผ่านมาอีกช่วงระยะเวลาหนึ่งชาวบ้านพร้อมใจกันเรียกชื่อวัดท่าควายเสียใหม่ว่า “วัดท่ากระบือ” ให้ไพเราะและดูสุภาพ หลังจากนั้นได้มีผู้ตั้งชื่อวัดใหม่ให้เป็นมงคลสืบไปว่า “วัดเสฐียรวัฒนดิษฐ์”

นอกจากนี้ ยังมีพระเถราจารย์ชื่อดังในยุคเก่าอีกรูปหนึ่ง แห่งเมืองสิงห์บุรี คือ หลวงพ่อเชย เป็นผู้มีเมตตาธรรมสูง มักน้อย ถือสันโดษ มีพลังจิตที่เข้มขลัง และมีพุทธาคมแก่กล้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านได้ศึกษาวิชาจาก หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า พระเกจิอาจารย์ชื่อดังในสมัยนั้น ถึงขนาดที่หลวงปู่ศุข ได้กล่าวยกย่องหลวงพ่อเชยว่า เป็นพระเถระผู้มีพลังจิตสูง.