วิธีป้องกันไฟไหม้บ้าน และการเอาตัวรอดให้ปลอดภัย

posted in: news | 0

ติดตั้งเครื่องตรวจจับควันไฟ
เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในบ้าน ควรติดตั้งเครื่องตรวจจับควันไฟไว้ภายในบ้านด้วย โดยเฉพาะในจุดที่มีความเสี่ยงจะเกิดเพลิงไหม้ เช่น ห้องครัว ห้องซักผ้า โรงรถ และห้องนอนทุกห้อง หรือทางที่ดีควรจะติดตั้งเครื่องตรวจจับควันไฟทุกส่วนในบ้านเลยยิ่งดีค่ะ
เช็กสภาพเครื่องตรวจจับควันไฟ

เครื่องตรวจจับควันไฟทำงานได้ด้วยระบบแบตเตอรี่ ดังนั้นเราจึงต้องหมั่นตรวจจสอบแบตเตอรี่และสภาพการใช้งานของเครื่องตรวจจับควันไฟอยู่เสมอ อย่างน้อยที่สุดก็ปีละครั้ง แต่ถ้าเป็นไปได้ก็ควรเช็กสภาพการใช้งานทุกเดือนได้ก็จะยิ่งดีที่สุด

สร้างทางหนีไฟ

ในบ้านควรจะมีประตูหนีไฟเผื่อไว้บ้าง โดยเฉพาะถ้าเป็นบ้าน 2 ชั้น ก็ต้องสร้างบันไดหนีไฟเอาไว้ด้วย หรืออย่างน้อย ๆ ก็ต้องสร้างชานหน้าต่างให้มีความกว้างพอที่จะปีนออกไปยืนได้ เผื่อมีกรณีฉุกเฉินอย่างไฟไหม้เกิดขึ้น จะได้ใช้ทางหนีไฟเหล่านี้หนีรอดออกมาได้อย่างปลอดภัย

ซ้อมหนีไฟเป็นประจำ

ทุกคนในบ้านควรจะต้องเรียนรู้วิธีการหนีไฟ และวิธีการป้องกันตัวเองจากเพลิงไหม้ที่ถูกวิธี โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่ต้องสอนให้เขารู้จักทางหนีไฟภายในบ้านให้ครบถ้วน นอกจากนี้ก็ควรซ้อมหนีไฟกันเป็นประจำ อย่างน้อยเดือนละครั้ง เพื่อความปลอดภัยของทุกคนนะจ๊ะ
เค

แปะเบอร์โทรฉุกเฉินให้เห็นเด่นชัด

เพื่อความรอบคอบ ควรเขียนเบอร์โทรฉุกเฉิน เช่น เบอร์โทรสถานีดับเพลิง สถานีตำรวจ และเบอร์โทรโรงพยาบาลใกล้บ้าน เอาไว้ให้เห็นเด่นชัด จะติดไว้บนกำแพงตรงจุดที่วางโทรศัพท์บ้านก็ได้ เวลาเกิดเหตุขึ้นมาจะได้ไม่ตกใจจนลนลานและลืมเบอร์เหล่านี้ไปจนหมด

ติดตั้งเครื่องตัดไฟ

เซฟทีคัท หรือเครื่องตัดไฟทุกชนิดก็ควรจะต้องมีติดไว้ที่บ้านเช่นกัน เพราะหากเกิดกรณีไฟฟ้าลัดวงจร เครื่องตัดไฟเหล่านี้จะได้ช่วยตัดกระแสไฟในบ้านได้เลยทันที ไร้กังวลกับเหตุเพลิงไหม้ได้ประมาณนึงเลยล่ะ

ซื้อถังดับเพลิงติดไว้

นอกจากเครื่องตรวจจับควันไฟและเครื่องตัดไฟ ก็น่าจะซื้อถังดับเพลิงเอาไว้ที่บ้านบ้าง อย่างน้อยก็ชั้นละ 1 ถัง ติดตั้งในจุดที่สามารถหยิบใช้ได้สะดวก ให้ทุกคนในบ้านรู้ตำแหน่งของถังดับเพลิง และที่สำคัญอย่าลืมศึกษาวิธีการใช้ถังดับเพลิงกันทุกคนด้วยนะ

ใช้เครื่องไฟฟ้าอย่างระมัดระวัง

ไม่ควรเสียบปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้ารวมกันภายในเต้าเสียบไฟเต้าเดียว เพราะอาจจะทำให้เกิดไฟช็อตและไฟฟ้าลัดวงจรได้ รวมทั้งควรจะติดตั้งสายดินของเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านด้วย และหมั่นตรวจสอบสภาพการใช้งานของเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดอยู่เสมอ หากมีเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นไหนชำรุด เช่น สายไฟขาด ก็ไม่ควรใช้ แต่ควรนำไปซ่อมแซมหรือซื้ออันใหม่มาใช้ทันที

ลดความเสี่ยงเกิดไฟไหม้

สาเหตุที่ทำให้เกิดไฟไหม้บ้านมีได้หลายอย่าง เช่น เพลิงไหม้ในห้องครัว ที่อาจจะเกิดจากความสะเพร่าของเราเอง เป็นต้นว่า เผลอตั้งไฟทิ้งไว้แล้วลืม หรือวางผ้าเช็ดมือและวัตถุไวไฟใกล้กับเตาไฟเกินไป รวมทั้งกรณีลืมถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วย ซึ่งเพื่อความปลอดภัย เราก็ควรสำรวจความเรียบร้อยของสิ่งเหล่านี้ทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน และพยายามใช้ความระมัดระวังทุกครั้งที่ทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับไฟฟืนด้วยจ้า

ไม่สูบบุหรี่ในบ้าน

บุหรี่ก็เป็นต้นเหตุเพลิงไหม้อย่างหนึ่ง ยิ่งถ้าสูบในบ้าน บนเตียงนอน หรือบนโซฟา ก็ยิ่งมีความเสี่ยงมากขึ้น ดังนั้นถ้ามีสมาชิกในบ้านสูบบุหรี่ ควรจัดที่สูบบุหรี่เป็นกิจจะลักษณะ และควรจะจัดที่ทางสำหรับสูบบุหรี่ด้านนอกบ้านที่เป็นพื้นที่โล่ง ๆ ลมโกรกดี ๆ ด้วยนะคะ
เก็บฟืนไฟให้ห่างมือเด็ก

สำหรับบ้านที่มีเด็กวัยกำลังซน ควรสอนให้เขาอยู่ห่างจากไฟให้ได้มากที่สุด และควรใส่ใจดูแลเขาทุกฝีก้าว ไม่ควรปล่อยให้เขาเล่นเพียงลำพัง เพราะเขาอาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไปหยิบมาเล่นจนเกิดเพลิงไหม้ และทางที่ดี ก็ควรเก็บไฟแช็ก ไม้ขีดไฟ และเครื่องใช้ไฟฟ้าอันตรายทุกชิ้นให้ห่างจากมือเขาด้วยค่ะ นอกจากนี้ลองติดตั้งเต้าเสียบไฟแบบมีฝาครอบก็จะยิ่งปลอดภัยต่อเด็ก ๆ มากขึ้น

เก็บของสำคัญไว้ในที่หยิบง่าย

ของสำคัญเช่น กุญแจบ้าน กุญแจรถ และกระเป๋าสตางค์ ควรจะจัดเก็บในจุดที่หยิบจับง่าย เก็บให้เป็นที่เป็นทาง ไม่เปลี่ยนตำแหน่งบ่อย และควรให้ทุกคนรับรู้ตำแหน่งวางสิ่งของเหล่านี้โดยทั่วกัน เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้หยิบฉวยและช่วยทุกคนในบ้านหนีออกมาอย่างปลอดภัยได้ทันการณ์

เผื่อเงินสำรองไว้นอกบ้าน

ทรัพย์สินสำคัญ หรือของมีค่าที่มีอยู่ ควรจะจัดหาที่เก็บที่อื่นนอกจากในบ้านบ้าง เช่น จัดเก็บในตู้เซฟของธนาคาร เป็นต้น เพราะหากเกิดไฟไหม้กับบ้านของคุณ อย่างน้อยก็ยังพอมีทรัพย์สินติดตัวไว้บ้างนั่นเอง

ทำประกันภัยเพลิงไหม้ไว้ก็ดี

เดี๋ยวนี้ประกันภัยความเสียหายเพลิงไหม้ก็มีให้เลือกทำหลายบริษัท ซึ่งถ้ามีโอกาสก็น่าจะทำประกันภัยเพลิงไหม้และความเสียหายอื่น ๆ ให้บ้านไว้บ้าง เวลาเกิดเหตุฉุกเฉินแบบนี้จะได้มั่นใจว่ายังพอมีหนทางช่วยเหลือ และแนวทางฟื้นฟูทั้งบ้านและคนในครอบครัวให้อุ่นใจสักหน่อย

สำรองข้อมูลในคอมพิวเตอร์อยู่เสมอ

สำหรับคนทำงานที่มักจะทำงานในคอมพิวเตอร์เป็นส่วนใหญ่ ควรหาที่จัดเก็บข้อมูลสำรองเอาไว้เสมอ เช่น ใส่ฮาร์ดดิสก์ ไรท์ลงแผ่น แล้วแยกไว้ที่ทำงานก็ได้ เผื่อกรณีที่เครื่องคอมพิวเตอร์เกิดชำรุดเสียหาย จะได้มีข้อมูลสำคัญเหลืออยู่ ไม่หายไปไหน
วิธีหนีไฟไหม้อย่างปลอดภัย

ตื่นตัวให้เร็วที่สุด

ถ้าได้ยินเสียงร้องเตือนของเครื่องจับควันไฟที่ดังขึ้น หรือได้กลิ่นไหม้ภายในบ้าน ให้คุณรีบเดินสำรวจจุดเกิดเหตุ และพาทุกคนออกจากบ้านให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะถ้าเกิดเหตุในช่วงกลางคืน ก็ต้องร้องตะโกนให้สุดเสียง เพื่อปลุกให้ทุกคนในบ้านตื่น และเตรียมตัวหนีรอดโดยไว ที่สำคัญอย่ามัวห่วงหน้าพะวงหลัง ข้าวของเครื่องใช้ที่สำคัญก็ไม่ต้องไปสนใจ นาทีนี้ควรรีบพาตัวเองและทุกคนในครอบครัวไปอยู่ในจุดที่ปลอดภัยก่อนนะคะ

สำรวจประตูหนีไฟ

ถ้าแน่ใจแล้วว่าเกิดไฟไหม้ที่บ้าน และสังเกตเห็นควันไฟลอดผ่านช่องประตูด้านล่างเข้ามา ให้รีบโทรแจ้งสถานีดับเพลิง และแจ้งตำรวจก่อนเป็นอันดับแรก แล้วพยายามหาทางออกจากบ้านให้เร็วที่สุด ถ้าประตูทางออกหน้าบ้านไม่สามารถออกได้ เพราะมีเปลวไฟลุกกั้นทางเดินอยู่ ให้เดินหาทางออกทางอื่น โดยก่อนจะเปิดประตู ให้ใช้หลังมือสัมผัสกับประตูก่อน ว่าประตูร้อนหรือไม่ เพราะถ้าประตูร้อนก็แสดงว่าด้านหลังประตูนั้นต้องมีเพลิงไฟปะทุอยู่แน่ ๆ ฉะนั้นก็ต้องรีบหาทางออกทางอื่นต่อไป แต่ถ้าไม่มีประตูอื่นให้หนีออกมาได้ ก็ต้องเสี่ยงหนีออกทางหน้าต่างแทนแล้วล่ะ แต่ยังไงก็ต้องใช้ความระมัดระวังด้วยนะคะ

ปิดปาก ปิดจมูก คลานหนีควันไฟ

ถ้าคุณยังหาทางหนีออกมาไม่ได้ และยังติดอยู่ด้านใน ให้รีบหาผ้าขนหนูชุบน้ำให้ชุ่ม แล้วเอามาปิดปากและจมูกของคุณและทุกคนในครอบครัว จากนั้นก็พากันก้มต่ำ คลานด้วยเข่าและมือทั้ง 2 ข้าง เพื่อหนีควันไฟ โดยรีบหาทางออกมาจากตัวบ้านให้เร็วที่สุด เพราะวิธีก้มต่ำแบบนี้ จะช่วยให้รอดพ้นจากการสูดควันไฟเข้าไป จนเกิดอาการสำลักควันไฟ ซึ่งเป็นสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้คนประสบเหตุเพลิงไหม้เสียชีวิตมานักต่อนัก

กลิ้งตัวดับไฟที่ติดบนเสื้อผ้า

ในกรณีที่เสื้อผ้าของคุณมีเปลวไฟติดมา ให้รีบนอนราบลงกับพื้น เอามือปิดหน้า และกลิ้งตัวไปมากับพื้นจนไฟที่ลุกท่วมอยู่ดับสนิท วิธีนี้จะช่วยให้ไฟที่ติดอยู่บนเสื้อผ้าดับสนิทในเวลาอันรวดเร็ว และเมื่อแน่ใจว่าไม่มีเปลวไฟบนตัวแล้ว ก็ต้องรีบลุกและหาทางหนีออกมาให้เร็วที่สุดด้วยนะคะ

อย่าตื่นตกใจ

ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่คับขันแค่ไหนก็ตามแต่ สิ่งสำคัญที่คุณควรต้องมีไว้ตลอดเวลาคือ สติ และถ้าเป็นไปได้ก็พยายามอย่าตื่นตกใจจนเกินไปนัก เพราะอาจจะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง อย่างถ้าคุณไม่สามารถหาทางหนีออกไปได้ และต้องอยู่นิ่ง ๆ รอความช่วยเหลือ ให้คุณตั้งสติให้ดี พาตัวเองและคนอื่น ๆ ไปอยู่ในจุดที่คิดว่าจะปลอดภัยที่สุด แล้วก็ช่วยกันหาผ้าเท่าที่จะหาได้มาชุบน้ำให้ชุ่ม เสร็จแล้วก็นำไปอุดตามช่อง หรือรอยแตกของประตูให้หมด เพื่อป้องกันควันไฟลอยเข้ามา รวมทั้งหาผ้าชุบน้ำมาปิดปากและจมูกของตัวเองด้วย เมื่อแน่ใจว่าปลอดภัยดีแล้วก็ยืนรอความช่วยเหลืออย่างมีสติ
แสดงสัญลักษณ์ขอความช่วยเหลือ

ถ้าในขณะที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ แล้วคุณติดอยู่บนชั้น 2 ของบ้าน ต้องพยายามทำทุกวิถีทางให้คนอื่นได้เห็นว่าคุณติดอยู่ในนี้ เพื่อที่เขาจะได้มาช่วยเหลือเราได้ทันเวลา โดยถ้าหาที่ปลอดภัยได้ เช่น ระเบียงบ้าน ก็ให้พากันไปยืนอยู่ตรงนั้น พร้อมกับช่วยกันร้องตะโกน หรือออกไปยืนแสดงตัวให้คนภายนอกได้เห็นว่ามีคนติดอยู่ในบ้าน และทางที่ดีควรหาผ้าขาว ผ้าแดง หรือเสื้อผ้าอะไรก็ได้ แขวนนอกหน้าต่าง หรือระเบียงเป็นสัญลักษณ์ขอความช่วยเหลือ นอกจากนี้ คุณควรจะปิดหน้าต่างประตู เพื่อป้องกันออกซิเจนในอากาศไปกระพือให้เพลิงไฟยิ่งลุกลาม และหาผ้าไปอุดช่องประตู เพื่อกันควันไฟทะลักออกมาตรงจุดที่คุณยืนอยู่ด้วย

หนีออกทางหน้าต่าง

นี่คือเหตุผลที่คุณควรจะสร้างบันไดหนีไฟไว้บ้าง ถ้าคุณคิดจะสร้างบ้าน 2 ชั้น หรืออย่างน้อย ๆ ก็ควรสร้างชานหน้าต่างให้กว้างพอที่จะออกไปเดินได้อย่างไม่อันตรายเกินไปนัก เพราะถ้าเกิดกรณีไฟไหม้อย่างนี้ และคุณติดอยู่บนชั้น 2 ของบ้าน จะได้ปีนบันไดหนีไฟออกมาได้อย่างปลอดภัย หรือถ้าไม่มีบันได ก็จะได้ปีนออกมาทางหน้าต่าง แล้วค่อย ๆ เดินอย่างระวังบนชานบันได รอความช่วยเหลือ หรือค่อย ๆ ไต่ลงไปด้านล่าง ในกรณีที่ความสูงระหว่างชั้น 2 ของบ้านกับพื้นดินไม่สูงจนเกินไปนัก

นับจำนวนสมาชิกในบ้าน

ในกรณีที่หนีออกมาอยู่ข้างนอกได้อย่างปลอดภัย อันดับแรกที่คุณควรจะทำก็คือ นับจำนวนสมาชิกในบ้านว่าอยู่กันครบถ้วนหรือไม่ ถ้าพบว่ามีใครคนใดคนหนึ่งหายไป ให้รีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิง หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้รับรู้ทันที เขาจะได้ออกตามหา หรือเข้าไปช่วยเหลือคนที่ติดอยู่ในบ้านได้ทันเวลา และที่สำคัญอย่าเสี่ยงเข้าไปช่วยเหลือญาติด้วยตัวเองเด็ดขาด เพราะอาจจะเกิดอันตรายทั้งกับคุณและญาติที่ติดอยู่ด้วยกันทั้งคู่

ปฐมพยาบาลเบื้องต้น

ถ้าสามารถหนีออกมาอยู่ในที่ปลอดภัยกันครบถ้วนทุกคนแล้ว ให้รีบสำรวจอาการบาดเจ็บของตัวเองและทุกคนโดยเร็วที่สุด ถ้ามีใครบาดเจ็บเพราะโดนไฟลวก หรือมีอาการสำลักควันไฟ ก็ต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาปฐมพยาบาลเบื้องต้น และนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที

ออกจากพื้นที่โดยด่วน

พยายามอยู่ห่างจากเปลวเพลิงให้ได้มากที่สุด ส่วนข้าวของภายในบ้านก็ไม่ต้องไปห่วง เพราะตราบใดที่ไฟยังไม่ดับมอดลง คุณก็ไม่สามารถเข้าไปขนออกมาได้อยู่แล้ว ดังนั้นนาทีก็ต้องห่วงสวัสดิภาพของคนในบ้านให้มากที่สุด และเมื่อเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว และพื้นที่มีความปลอดภัยมากพอ ก็ค่อยมาสำรวจความเสียหายภายหลัง

Credit http://snss.co.th/dt_post/technical-services/

Comments are closed.